แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผัก แสดงบทความทั้งหมด

อาหารเพื่อสุขภาพ หมายถึง ?


อาหารเพื่อสุขภาพ หมายถึง อาหารที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย นอกเหนือจากสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกาย นอกจากนี้อาจช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย ทั้งในด้านการวิจัยและเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นมูลค่ามาก ทั้งนี้เนื่องจากผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับอาหารและสุขภาพมากขึ้นจึงทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพ เช่น การเสริมวิตามิน,เส้นใยและกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย

อาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิต ดังนั้นเราต้องใส่ใจในเรื่องการรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ การรับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะจะช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง วิถีชีวิตในสังคมปัจจุบัน มีแต่ความรีบเร่งมากขึ้น จนไม่ค่อยมีเวลาที่จะให้ความสำคัญกับเรื่อง ความสมดุลของอาหารที่รับประทานรวมทั้งค่านิยมการรับประทานอาหารแบบตะวันตก ซึ่งประกอบด้วย เนื้อสัตว์ ไขมัน นม เนย เป็นส่วนใหญ่ ทำให้คนไทยมีโรค ซึ่งเกิดจากการกินดีเกินไป เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคอัมพาต ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับความเสื่อมของหลอดเลือด ชาวตะวันตกเริ่มตระหนักถึงพิษภัยของการกินอาหาร ซึ่งไม่สมดุลได้มีการชักชวนให้ลดการรับประทาน เนื้อสัตว์ นม เนย ให้เพิ่มการรับประทาน พืช ผัก และธัญพืช ซึ่งอุดมด้วยเส้นใยจากธรรมชาติ และวิตามิน สำหรับวัยเด็ก นมและเนื้อสัตว์ ยังเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากร่างกายมีการเจริญเติบโตในวัยผู้ใหญ่ร่างกายต้องการโปรตีนลดลง การรับประทานเนื้อสัตว์ และนมมากเกินไปยังทำให้ร่างกายได้รับไขมันเพิ่ม เนื่องจากในเนื้อสัตว์และนมจะมีปริมาณไขมันค่อนข้างสูง นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้ที่รับประทานเนื้อสัตว์มาก ๆ มีโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้สงูควรเปลี่ยนแปลงมารับประทานโปรตีนจากพืชพวกถั่วแทนกลุ่มอาหารที่ไม่ควรรับประทานมากเกินไป คือ น้ำตาล พบว่าน้ำตาลทำให้หลอดเลือดมีความเสื่อมเร็วขึ้น ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำตาลสูงจะพบว่าหลอดเลือดแก่ก่อนวัย ไขมันก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ควรจำกัด และใช้น้ำมันจากพืชแทน น้ำมันจากสัตว์ ยกเว้นน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์มควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากมีโคเรสเตอรอลสูง อาหารที่คสรรับประทาน ผัก ผลไม้ ธัญพืช เช่น ข้าวซ้อมมือ ถั่ว เพราะอุดมไปด้วย กากใยธรรมชาติ วิตามิน และเกลือแร่

10 วิธีกินอาหารเพื่อสุขภาพ


การดำรงชีวิตในแต่ละวันร่างกายต้องการอาหารที่หลากหลาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก

1. รับประทานอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง

2. เลือกใช้น้ำมันสำหรับปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

3. ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วิเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว

4. ดื่มนมเสริมแคลเซียมให้ร่างกายหรือ กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

5. เลิกกินขนม เช่น โดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ

6. สรับประทานธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

7. ดื่มชาเป็นประจำ เช่น ชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%

8. รับประทานผักผลไม้ คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย

9. รับประทานปลา อย่างสม่ำเสมอ การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด

10. รับประทานถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้




บลอกโคลี่ อาหารเพื่อสุขภาพ


บรอกโคลี ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายดอกกะหล่ำ มีสีเขียวเข้ม นิยมนำมาประกอบอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผัด สลัด หรือรับประทานเป็นเครื่องเคียงของเมนูต่างๆ ในบรอกโคลี อุดมไปด้วยสารซัลโฟราเฟน ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เพราะฉะนั้นการรับประทานบรอกโคลีหนึ่งถ้วยตวงนอกจากจะได้สารซัลโฟราเฟนที่สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้แล้ว บรอกโคลียังให้วิตามินซีกับร่างกายถึง 13% ด้วย นอกจากนี้ บรอกโคลีอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น สารเบต้าแคโรทีน ธาตุซีลีเนียมที่ช่วยให้ผิวหนังดูอ่อนวัยและช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังของคนเรา วิตามินซีและสารแอนติออกซิแดนซ์ในบรอกโคลีจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย แถมยังช่วยทำให้เส้นเลือดของเราแข็งแรงอีกด้วย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไขข้ออักเสบ เบาหวาน และโรคหัวใจ อีกทั้งยังสามารถลดคอเลสเตอรอลและช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเราได้อีกด้วย สารเบต้าแคโรทีนที่พบในบรอกโคลียังมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกอีกต่างหาก เรียกว่ามีสรรพคุณที่ช่วยป้องกันโรคไม่แพ้พืชผักชนิดอื่นๆ เลย


ในประเทศไทยแล้ว นิยมปลูกบรอกโคลีมากที่สุดคือทางตอนเหนือของประเทศ เนื่องจากทางตอนเหนือของประเทศไทยมีลักษณะภูมิอากาศที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกมากกว่าภาคอื่นๆ เพราะบรอกโคลีชอบอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำ ดังนั้นในปัจจุบันเพื่อให้บรอกโคลีมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของบ้านเรา จึงได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ของบรอกโคลีขึ้นมาให้เหมาะสมและสามารถทนต่อสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวยิ่งขึ้น ทำให้ปัจจุบันบรอกโคลีมีผลผลิตเป็นจำนวนมากออกสู่ท้องตลาด




อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารหลากสี


อาหารต่างๆมีสีต่างกันไป ในวันหนึ่ง ๆ เราต้องรับประทานอาหารให้ได้หลากหลายสีก็จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เราลองมาดูความหมายและประโยชน์ของสีต่าง ๆ กัน
สีแดง มีอยู่ในแตงโม มะเขือเทศ แครนเบอรี่ บีทรูท และทับทิม มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็งหลายชนิด
สีเหลือง อยู่ในข้าวโพด ช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดสีในดวงตา
สีเขียว เป็นสีของผักที่มีคลอโรฟิลล์มาก สารสีเขียวช่วยป้องกันมะเร็ง กำจัดกลิ่นเหม็นในร่างกายได้ด้วย
สีส้ม อยู่ในแครอท มะละกอ เต็มไปด้วยเบต้าแคโรทีน ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทานแล้วสีผิวจะสดใส ไม่ซีดเผือด
สีม่วง อยู่ในชมพู่ม่าเหมี่ยว บลูเบอรี่ ล้วนมีสารแอนโธไซยานิน ช่วยกำจัดสารก่อมะเร็ง ช่วยขยายเส้นเลือด ลดความเสี่ยงในการเป็นอัมพาต และโรคหัวใจ

การรับประทานผักและผลไม้ ที่มีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดโอกาสเกิดมะเร็ง มะเร็งเกิดจาก เซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติ พักผ่อนไม่พอ อารมณ์หงุดหงิด กินอาหารมันเกินไป ไม่ออกกำลังกาย อนุมูลอิสระเมื่อเกิดขึ้นจะทำให้เซลล์ตาย ทำให้ผิวหนังเหี่ยว แก่เร็ว แต่ถ้าหนังไม่เหี่ยวไม่แก่ ก็จะกลายเป็นเซลล์มะเร็ง คนที่กินผักผลไม้เป็นประจำจึงมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งน้อยกว่าคนไม่กิน นอกจากนั้น ผักและผลไม้มีไฟเบอร์หรือใยอาหาร มะเขือเทศ ผักสีส้ม ไม่ได้มีเพียงเบต้าแคโรทีน แต่กินเข้าไปปุ๊บมีใยอาหาร ไฟเบอร์ชนิดที่ละลายในน้ำมหัศจรรย์มาก มีวิตามินซี วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน และแคลเซียมจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และร่างกายนำไปใช้ได้ กระดูกแข็งแรงขึ้น สามารถป้องกันโรค แต่มีอยู่ตัวหนึ่งในผักและผลไม้ที่ดูดซึมไม่ได้เลยคือไฟเบอร์ ใยอาหารตัวนี้จะมีน้ำหนัก เกาะตัวเป็นก้อน ไหลผ่านลำไส้ ผ่านกระเพาะ เพื่อดักจับไขมัน น้ำตาลและสารพิษทั้งหลายที่ติดเข้าไปกับอาหารที่กินเข้าไป และจะเก็บไว้ที่ลำไส้ใหญ่ รุ่งเช้า มาก็จะถ่ายออกไป